การเรียนรู้ครั้งที่ 3
การเรียนรู้ครั้งที่ 3 (8/1/68)
📎 ความรู้ที่ได้จากการเรียน
- เรียนเกี่ยวกับเพลงประกอบการจัดประสบการณ์
เพลงประกอบการจัดประสบการณ์สำหรับเด็กปฐมวัยมีความสำคัญมาก เพราะช่วยเสริมพัฒนาการในหลายด้าน เช่น
🎵 พัฒนาทางภาษา – เด็กเรียนรู้คำศัพท์ จังหวะ และรูปประโยคจากเนื้อเพลง
🎶 พัฒนาการด้านอารมณ์และสังคม – เพลงช่วยสร้างบรรยากาศที่ดี ทำให้เด็กสนุก ผ่อนคลาย และเรียนรู้การทำงานร่วมกัน
🕺 พัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็กและมัดใหญ่ – การเคลื่อนไหวตามจังหวะเพลงช่วยเสริมพัฒนาการทางร่างกาย
🧠 เสริมสร้างจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ – เพลงกระตุ้นการคิดและจินตนาการของเด็ก
📚 ช่วยให้การเรียนรู้เป็นเรื่องสนุก – เพลงทำให้เด็กจดจำเนื้อหาได้ง่ายขึ้น เช่น เพลงนับเลข สี ตัวอักษร
ดังนั้น การใช้เพลงในการจัดประสบการณ์จึงเป็นวิธีที่ดีในการส่งเสริมพัฒนาการรอบด้านของเด็กปฐมวัย
ตัวอย่างเพลง
เพลง กระต่ายขาว
กระต่ายขาวมีหูยาวเรียว
หางสั้นนิดเดียว ตาแดงแวววาว
กระโดดเล่นชมแสงจันทร์สกาว
อยู่ตามชายป่า ช่างน่ารักเอย
เพลง ชิกกะบุ่ม ลัลลา
ยักคิ้ว ยักเอว ยักไหล่
ตาชม้ายยิ้มไปยิ้มมา
ชิกกะบุ่ม ชิกกะบุ่ม ลัลลา (ซ้ำ)
จีบซ้ายจีบขวาลอยหน้ารำวง
เพลง ฉันเกลียดยุง
ฉันเกลียด เกลียดยุงสิ้นดี
เผลอหน่อยกัดเราทุกที
ขาแข้งช้ำแดงแล้วซี
ดูซิดูซิบินมากันใหญ่
บินมา บินมา บินมา
บินมาบินถลาใกล้ไกล
ไล่ไปบินมา (ซ้ำ)
แหมช่างน่ารำคาญ
- เรียนเกี่ยวกับปริศนาคำทาย
การใช้ปริศนาคำทายจะช่วยกระตุ้นการคิดและทำให้การเรียนรู้สนุกขึ้น
✨ ฝึกทักษะการคิด – เด็กต้องใช้จินตนาการและเชื่อมโยงข้อมูลเพื่อหาคำตอบ
🎭 เสริมสร้างภาษา – เด็กได้เรียนรู้คำศัพท์และการใช้ภาษาในรูปแบบที่สนุก
😊 กระตุ้นความอยากรู้อยากเห็น – ปริศนาทำให้เด็กสนใจและอยากค้นหาคำตอบ
👫 เสริมทักษะทางสังคม – ถาม-ตอบกันในกลุ่ม ช่วยให้เด็กกล้าแสดงออกและทำงานร่วมกัน
ตัวอย่าง ปริศนาคำทาย
อะไรเอ่ย สองหู สี่ตา เบื่อหนักหนา เอาขาไว้ที่หู
ตอบ แว่นตา
อะไรเอ่ย แค่ปิดก็มืดมิดทั่วโลก
ตอบ ดวงตา
อะไรเอ่ย ชอบมากับฝน เวลาอยู่ข้างบนชอบร้องเสียงดัง
ตอบ ฟ้าร้อง
- เรียนเกี่ยวกับคำคล้องจอง
คำคล้องจองช่วยให้เด็กเรียนรู้ภาษาได้ง่ายขึ้นและสนุกขึ้น
📖 เสริมพัฒนาการด้านภาษา – คำที่คล้องจองกันช่วยให้เด็กจดจำคำศัพท์ รูปประโยค และจังหวะของภาษาได้ดีขึ้น
🎶 ฝึกการฟังและพูด – เด็กจะเรียนรู้เสียงของคำ ฝึกออกเสียง และพูดเป็นจังหวะ ทำให้การสื่อสารพัฒนาเร็วขึ้น
🧠 กระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ – คำคล้องจองมักมีเนื้อหาสนุก ทำให้เด็กอยากเล่นกับภาษาและคิดคำใหม่ ๆ
😊 ทำให้การเรียนรู้สนุกขึ้น – การใช้คำคล้องจองในเพลง นิทาน หรือกิจกรรมช่วยให้เด็กสนุกและจดจำเนื้อหาได้ง่าย
คำคล้องจองจะช่วยให้เด็กพัฒนาภาษาได้เป็นธรรมชาติ สนุก และเข้าใจภาษาไทยมากขึ้น
ตัวอย่าง คำคล้องจอง
ของเล่น
ของเล่นนั้นมีมากหลาย
หนูจ๋าจำไว้เล่นกันดี ดี
ลูกบอล และตุ๊กตาหมี
ต้องเก็บเข้าที่เมื่อเลิกเล่นเอย
รุ้งกินน้ำ
รุ้งกินน้ำ เกิดขึ้น บนท้องฟ้า
งามโสภา โค้งมน เป็นแถบสี
หลังฝน ละอองน้ำ ทั่วฟ้ามี
แสงสุรีย์ สาดส่อง เกิดรุ้งงาม
แจ้งเรื่องภาระงานที่ต้องรับผิดชอบ คือ
• ให้เลือกเพลงจากไฟล์ที่อาจารย์ส่งให้ มา 1 เพลง ไม่ซ้ำกัน แล้วอัดคลิปร้องเพลงส่งในบล็อก
• จัดกลุ่ม เลือกหน่วย เขียนแผน เตรียมสอน 5 วัน
: เลือกหน่วย เลือกวัน เขียนแผนเสริมประสบการณ์ เขียนให้ครบ 5 แล้วส่งให้อาจารย์ดู
สมาชิกในกลุ่ม หน่วย บรอกโคลี
1. นางสาวศุภาวิณี ชินวงศ์ เลขที่ 29
2. นางสาวสุพิชชา จินดารัตน์ เลขที่ 30
3. นางสาวนูร์วิตรี อะแวบือซา เลขที่ 37
4. นางสาวฟาตีมะฮ์ สะแลแม เลขที่ 41
5. นางสาวภัทรวรรณ อุตรชน เลขที่ 55
📎 ทักษะที่ได้จากการเรียน
1. ทักษะการการประยุกต์ใช้
2. ทักษะการนำเสนอความคิดในประเด็นของการจัดประสบการณ์
📎 การนำไปใช้
สามารถนำความรู้หรือแนวทางในการใช้เพลง คำคล้องจอง และปริศนาคำทายที่ได้ในวันนี้ไปวางแผน ออกแบบ และจัดสัมมนาได้ สามารถนำไปต่อยอดปรับใช้ในการทำวิจัยตอนไปออกฝึกสอน และประยุกต์ใช้ต่อในการจัดประสบการณ์สำหรับเด็กในช่วงอายุ 3 - 6 ปีได้
📎 คำศัพท์ 5 คำ
1. ปริศนาคำทาย = Conundrum
2. คำคล้องจอง = Rhyme
3. การฝึกฝน = Practice
4. ความชำนาญ = Sleight
5. การดัดแปลง = Adaptation
📎 วิธีการสอน
1. ใช้โปรเจคเตอร์ พาวเวอร์พอยท์ และเนื้อหาในการบรรยาย
2. การสอนโดยใช้เทคนิค Brainstorm (ระดมความคิด) ในการคิดวิเคราะห์
มีการนำสิ่งที่นักศึกษาตอบออกมาสังเคราะห์เป็นความเรียง
📎 ข้อแนะนำที่คิดว่าควรปรับปรุง
ยังไม่มีค่ะ
Comments
Post a Comment