การเรียนรู้ครั้งที่ 10
การเรียนรู้ครั้งที่ 10
📎 ความรู้ที่ได้จากการเรียน
การสอนเด็กปฐมวัยตามแนวทางของมอนเตสเซอรี่ (Montessori Approach)
หลักการพื้นฐานของมอนเตสเซอรี่
-
การเรียนรู้แบบอิสระ (Self-directed learning) เด็กจะมีโอกาสเลือกกิจกรรมที่สนใจตามความสามารถและความชอบของตนเอง
-
การเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ (Hands-on learning) การใช้วัสดุการเรียนการสอนที่ออกแบบมาเพื่อกระตุ้นการเรียนรู้ผ่านการสัมผัสและทดลอง
-
ครูเป็นผู้แนะนำ (Teacher as a guide) ครูจะทำหน้าที่เป็นผู้สนับสนุนและช่วยให้เด็กสามารถค้นพบและเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ได้ด้วยตัวเอง
-
การจัดเตรียมสภาพแวดล้อม (Prepared environment) การจัดห้องเรียนหรือพื้นที่เรียนรู้ที่มีความเหมาะสมกับวัยของเด็ก ทำให้เด็กสามารถเข้าถึงวัสดุและเครื่องมือการเรียนรู้ได้ง่าย
การจัดการเรียนการสอนในห้องเรียนมอนเตสเซอรี่
-
ห้องเรียนจะมีพื้นที่เฉพาะสำหรับกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การเรียนรู้ทักษะชีวิต (Life skills) การเรียนรู้เกี่ยวกับธรรมชาติ (Nature study) ศิลปะ วิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์
-
เด็กจะมีเวลาในการทำกิจกรรมแต่ละอย่างอย่างเพียงพอเพื่อให้เกิดการเรียนรู้และการฝึกฝนอย่างเต็มที่
-
เด็กมีการทำงานเป็นกลุ่มหรือทำกิจกรรมส่วนตัว ซึ่งกระตุ้นการเรียนรู้ร่วมกันในขณะเดียวกันก็เสริมสร้างความรับผิดชอบ
จุดเน้นสำคัญ
-
การเสริมสร้างความมั่นใจ เด็กจะได้รับการสนับสนุนให้เชื่อมั่นในตัวเองและความสามารถของตน
-
การเรียนรู้ที่เป็นองค์รวม การเชื่อมโยงการเรียนรู้ในหลาย ๆ ด้าน เช่น ทักษะชีวิต ภาษา คณิตศาสตร์, ศิลปะ และธรรมชาติ
-
การพัฒนาอารมณ์และสังคม การสอนให้เด็กสามารถควบคุมอารมณ์และการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นได้ดี
การสอนเด็กปฐมวัยตามแนวทางของวอลดอฟ (Waldorf Education)
หลักการพื้นฐานของวอลดอฟ
-
การเรียนรู้ผ่านการเล่าเรื่อง (Storytelling and imagination) การใช้การเล่าเรื่องเพื่อกระตุ้นจินตนาการและการคิดสร้างสรรค์ของเด็ก
-
การพัฒนาโดยการเล่น (Play-based learning) การเรียนรู้ที่เกิดจากการเล่นในรูปแบบที่ไม่เป็นทางการ โดยเฉพาะการเล่นที่ช่วยให้เด็กมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนและสิ่งแวดล้อม
-
การเน้นการพัฒนาทางศิลปะ (Artistic development) ศิลปะ ดนตรี และการเคลื่อนไหวเป็นส่วนสำคัญในการเรียนรู้ของเด็ก
-
ความสำคัญของธรรมชาติ (Connection with nature) การให้เด็กมีประสบการณ์ในการเรียนรู้จากธรรมชาติและการทำกิจกรรมกลางแจ้ง
การจัดการเรียนการสอนในห้องเรียนวอลดอฟ
-
ครูจะใช้กิจกรรมที่เน้นไปที่การพัฒนาอารมณ์และจิตใจของเด็ก เช่น การร้องเพลง การเล่าเรื่อง การวาดภาพ หรือการทำงานศิลปะ
-
กิจกรรมที่เน้นการเล่นจะเป็นกิจกรรมที่มีการตั้งใจสร้างขึ้นให้เด็กมีโอกาสใช้จินตนาการในการเล่นและพัฒนาความคิดสร้างสรรค์
-
การเรียนการสอนจะมีการเชื่อมโยงการทำกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การทำอาหาร การทำงานฝีมือ การปลูกต้นไม้ ซึ่งช่วยเสริมสร้างการเรียนรู้ที่มาจากประสบการณ์จริง
จุดเน้นสำคัญ
-
การพัฒนาอารมณ์และจิตใจ การเรียนรู้ผ่านศิลปะ ดนตรี และกิจกรรมที่กระตุ้นจินตนาการเพื่อให้เด็กเติบโตเป็นบุคคลที่มีความสุข
-
การพัฒนาโดยธรรมชาติ การมีปฏิสัมพันธ์กับธรรมชาติช่วยเสริมสร้างการเรียนรู้ที่มีความหมาย
-
การสอนด้วยความรักและความใส่ใจ การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างครูและเด็ก
📎 ทักษะที่ได้จากการเรียน
1. การพัฒนาความสามารถในการเรียนรู้ด้วยตนเอง
2. การพัฒนาความคิดสร้างสรรค์
3. การเรียนรู้ที่มาจากประสบการณ์
4. การพัฒนาทักษะทางสังคม
📎 การนำไปใช้
- การจัดสภาพแวดล้อมที่กระตุ้นให้เด็กได้ใช้จินตนาการ เช่น กิจกรรมวาดรูป ปั้นดินน้ำมัน หรือการใช้เครื่องมือสร้างสรรค์อื่น ๆ
- การเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติจริงจะช่วยเสริมสร้างทักษะทางร่างกายและจิตใจ และให้เด็กได้เข้าใจบทเรียนในรูปแบบที่เป็นประสบการณ์จริง
📎 คำศัพท์ 5 คำ
1. Autonomy = ความสามารถในการตัดสินใจและทำสิ่งต่างๆ ด้วยตัวเอง
2. Intrinsic motivation = แรงจูงใจภายในที่เกิดจากความสนใจและความชอบในกิจกรรม
3. Constructivism = ทฤษฎีการเรียนรู้ที่เน้นการสร้างความรู้จากประสบการณ์
4. Scaffolding = การสนับสนุนจากครูในขั้นตอนการเรียนรู้จนกว่าเด็กจะสามารถทำได้ด้วยตัวเอง
5. Prepared environment = สภาพแวดล้อมที่มีการจัดเตรียมอย่างรอบคอบเพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ของเด็ก
📎 วิธีการสอน
1. ใช้โปรเจคเตอร์ พาวเวอร์พอยท์ และเนื้อหาในการบรรยาย
2. การสอนโดยใช้เทคนิค Brainstorm (ระดมความคิด) ในการคิดวิเคราะห์
มีการนำสิ่งที่นักศึกษาตอบออกมาสังเคราะห์เป็นความเรียง
📎 ข้อแนะนำที่คิดว่าควรปรับปรุง
ยังไม่มีค่ะ
Comments
Post a Comment